วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ค่ายอนุรักษ์

                 ในระหว่างวันที่ 30 พ.ย. -  2  ธ.ค. 54 ได้ร่วมค่ายอนุรักษ์และส่งเสริมเอกลักษณ์ไทยของโรงเรียนไทยรัฐวิทยากลุ่มลุ่มน้ำโขง  ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน เมืองสกลนครเฮานี้เอง..... 
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานจัดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่ง ตามโครงการพระราชดำริของพ่อหลวงของเรา ซึ่งมีแหล่งเรียนรู้ที่เน้นเศรษฐกิจพอเพียงที่หลากหลาย  ไปดูแล้วได้ความรู้มาเยอะแยะเลย...จ้า!.....ดังแนบ


เหรียญทองวิชาการเขต

ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา คุณครูธันยพร  แก้วดี ได้นำนักเรียนไปแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3  ระดับเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลสว่างแดนดิน  มีโรงเรียนเข้าแข่งขัน  12  โรงเรียน  ผลการแข่งขัน ได้รับรางวัลรองชนะเลิสอันดับ 1 หรือเหรียญทองอันดับที่ 2  เกือบได้ไปแข่งขันต่อระดับภาคที่มหาสารคาม  น๊ะจ๊ะ....ดังแนบ

สำหรับ....สาวราศีธนู


แน่นอนทีเดียว รูปร่างของเธอค่อนข้างจะสูงใหญ่หรือมีขนาดที่โดดเด่นกว่าผู้หญิงราศีอื่นๆที่มีอยู่ในหมู่ของเธอ แต่ไม่ได้หมายความว่าเทอะทะ เธอจะมีความสั้นและความใหญ่ของเรือนร่างที่ผึ่งผายได้สัดส่วนทีเดียว

ถ้าพูดถึงลักษณะของเส้น ผู้หญิงราศีธนูมักจะมีเนื้อหนังมังสาอิ่มและเต็มทุกสัดส่วนที่จะต้องเต็ม ไม่ขาดตกบกพร่อง และเส้นส่วนมากจะเป็นเส้นโค้งเว้า ไม่ขาดตกบกพร่อง ตรงไหนจะต้องโค้งก็โค้ง ตรงไหนจะต้องเว้าก็เว้า จะถึงกับเทอะทะทู่ท่านั้น ไม่เป็น….เธอเป็นคนชอบคิดและชอบศึกษา แม้ว่าเธออาจจะไม่มีภูมิหลังในการศึกษาเล่าเรียนสูงมาก่อนก็ตาม แต่เธอจะพยายามเรียนรู้เรื่องของโลกและชีวิต พยายามเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่แวดล้อมตัวเธออยู่ในยุคสมัยของเธออันจะทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่รู้เท่าทันโลก และมีความเป็นคนที่สมบูรณ์เต็มคน ไม่น้อยหน้าคนอื่นถ้าหากเธอเป็นนักศึกษา และมีโอกาสได้ศึกษาไม่ต้องห่วง เธอจะใช้ความรู้ที่ได้เล่าเรียนมานั้นสร้างตนเองขึ้นไปถึงจุดสุดยอด ตามเป้าหมายของชีวิตที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นฐานะ ตำแหน่ง ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือความสำเร็จอื่นๆในชีวิต เธอเป็นคนขยันขันแข็ง ชีวิตของเธอคืองานและภาระหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของเธอเองหรือในครอบครัว แต่สำหรับคนอื่น เพื่อผู้อื่น เธอจะทำได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แม้ว่าจะทำในฐานะผู้นำกลุ่มนำพวกก็ตาม เธอก็จะต้องลงมือลงแรงอย่างไม่ยอมให้ใครคิดว่าเธอเอาเปรียบอีกเหมือนกัน หน้าของเธอจะยิ้ม ซึ่งเป็นยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความสะอาดใจ อันจะเป็นสื่อชักนำมิตรสหายและคนร่วมงานทุกคนเข้าใกล้และผูกพันอยู่กับเธอไปนานเท่านาน
ผู้หญิงบางคนงอมืองอเท้า เมื่อสถานการณ์ต่างๆประดังเข้ามาในชีวิตแม้แต่ความยากความจนหรือความขาดแคลน ในบางครั้งจะหาทางออกไม่ได้ แต่สำหรับผู้หญิงราศีธนู เธอจะยอมรับมันและจะสู้กับมันอย่างใจเย็น และเธอสามารถจะหาทางออกได้เสมอ เพราะเธอมีชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทและเตรียมการต่างๆสำหรับชีวิตอย่างไม่หยุดนิ่ง เธอ…..ไม่ใช่คนเหลวไหลที่เที่ยวตะลอนๆไปตามร้านเสริมสวยหรือเพื่อจะหาผู้ชายในฝันสักคนหนึ่ง หามิได้ เรื่องผู้ชายสำหรับเธอ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องไม่อัศจรรย์อะไรนัก เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องมีความรักและจะต้องถูกรัก แต่คนที่จะมารักเธอและยอมให้รักนั้นมันค่อนข้างยาก เพราะเธอจะมองไปที่คุณสมบัติของเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เฉพาะความเป็นผู้นำของเขา ที่มีเหตุมีผล มีความเมตตากรุณา มีความเฉลียวฉลาดรอบรู้ มันหายากเต็มที ยากนักหรอก สำหรับใครสักคนหนึ่งที่จะมาชวนเธอไปกินข้าวกลางวันหรือไปดูหนังสักรอบหนึ่งแล้วก็บอกว่ารัก เพราะเธออาจจะไม่รู้ว่าความรักคืออะไรเอาด้วยซ้ำ ถ้าหากความรักนั้นจะพูดกันเพียงแต่ปากและด้วยสายตา รักของเธอ เธอจะขึ้นต้นด้วยความรู้สึกประทับใจในท่าที และคุณธรรมหรือความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของผู้ชาย จริงจังและจริงใจ
เธอ…..เป็นคนชอบกินชอบดื่ม เพราะฉะนั้นอาหารการกินในบ้านของเธอจะไม่ค่อยจำกัดจำเขี่ย จะมีไว้พร้อมเพรียงเสมอเช่นเดียวกับเสื้อผ้าและเครื่องใช้ไม้สอยในบ้าน แม้ว่าเธอจะต้องมัธยัสถ์ กระเหม็ดกระแหม่ เธอก็จะพยายามมีมันให้ครบและสมบูรณ์…..

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

สารเสพติด



ระบบสุริยะ

CAI กำเนิดสัตว์โลก


บุญข้าวสาก

บุญข้าวสาก (บุญเดือนสิบ)
บุญเดือนสิบ บุญข้าวสาก หมายถึงบุญที่ให้พระเณรทั้งวัด จับสลากเพื่อจะรับปัจจัยไทยทาน ตลอดจนสำรับกับข้าว ที่ญาติโยมนำมาถวายและบุญนี้จะทำกันในวันเพ็ญเดือนสิบ จึงเรียกชื่ออีกอย่างว่า "บุญเดือนสิบ"
ห่อข้าวน้อย
มูลเหตุที่ทำ
เพื่อจะทำให้ข้าวในนาที่ปักดำไปนั้นงอกงาม และได้ผลบริบูรณ์ และเป็นการอุทิศส่วนกุศลถึงญาติผู้ล่วงลับ ไปแล้ว
ความเป็นมาของสลากภัตตทาน ในสมัยหนึ่งพุทธองค์ได้เสด็จไปกรุงพาราณสี ในคราวนี้นบุรุษเข็ญใจ พาภรรยาประกอบอาชีพตัดฟืนขายเป็นนิตย์เสมอมา เขาเป็นคนเลื่อมใสพระพุทธศาสนายิ่งนัก วันหนึ่งเขาได้ปรึกษากับภรรยาว่า "เรายากจนในปัจจุบันนี้เพราะไม่เคยทำบุญ-ให้ทาน รักษาศีลแต่ละบรรพกาลเลย ดังนั้นจึงควรที่เราจักได้ทำบุญกุศล อันจักเป็นที่พึ่งของตนในสัมปรายภพ-ชาติหน้า"ภรรยาได้ฟังดังนี้แล้ว ก็พลอยเห็นดีด้วย จึงในวันหนึ่งเขาทั้งสองได้พากันเข้าป่าเก็บผักหักฟืนมาขายได้ทรัพย์แล้วได้นำไปจ่ายเป็นค่าหม้อข้าว 1 ใบ หม้อแกง 1 ใบ อ้อย 4 ลำ กล้วย 4 ลูก นำมาจัดแจงลงในสำรับเรียบร้อยแล้วนำออกไปยังวัด เพื่อถวายเป็นสลากภัตตทานพร้อมอุบาสกอุบาสิกาเหล่าอื่น สามีภรรยาจับสลากถูกพระภิกษุรูปหนึ่งแล้วมีใจยินดี จึงน้อมภัตตาหารของตนเข้าไปถวายเสร็จแล้วได้หลั่งน้ำทักษิโณทกให้ตกลงเหนือแผ่นปฐพีแล้วตั้งความปราถนา "ด้วยผลทานทั้งนี้ข้าพเจ้าเกิดในปรภพใดๆ ขึ้นชื่อว่าความยากจนเข็นใจไร้ทรัพย์เหมือนดังในชาตินี้ โปรดอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าทั้งสองเลย ขอให้ข้าพเจ้าทั้งสองเป็นผู้มั่งคั่งสมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติและมีฤทธิ์เดชมาก ในปรภพภายภาคหน้าโน้นเถิด" ดังนี้

ครั้นสองสามีภรรยานั้นอยู่พอสมควรแก่อายุขัยแล้วก็ดับชีพวายชนม์ไปตามสภาพของสังขาร ด้วยอานิสงฆ์แห่งสลากภัตตทาน จึงได้ไปเกิดเป็นเทพบุตร เทพธิดาในดาวดึงส์สวรรค์ เสวยสมบัติทิพย์อยู่ในวิมานทองอันผุดผ่องโสภาตระการยิ่งนัก พร้อมพรั่งไปด้วยแสนสุรางค์นางเทพอัปสรห้อมล้อมเป็นบริวาร มีนามบรรหารว่า "สลากภัตตเทพบุตรเทพธิดา"
กาล กตวา ครั้นจุติเลื่อนจากสวรรค์แล้วก็ได้ลงมาเกิดเป็นกษัตริย์ในเมืองพาราณสี มีพระนามว่าพระเจ้าสัทธาดิส เสวยราชสมบัติอยู่ 84,000 ปี ครั้นเบื่อหน่ายจึงเสด็จออกบรรพชา ครั้นสูญสิ้นชีวาลงแล้วก็ได้ไปเกิดในพรหมโลก และต่อมาก็ได้มาอุบัติเป็นพระตถาคตของเรานั่นเอง นี่คืออานิสงฆ์แห่งการถวายสลากภัตต์ นับว่ายิ่งใหญ่ไพศาลยิ่งนัก สามารถอำนวยสุขสวัสดิ์แก่ผู้บำเพ็ญทั้งชาติมนุษย์และสวรรค์ ในที่สุดถึงความเป็นพระพุทธเจ้าได้


การเตรียมห่อข้าวน้อย

พระสงฆ์รดน้ำที่ห่อข้าวน้อย

แขวนห่อข้าวน้อยตามต้นไม้

ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์
คำถวายสลากภัต
เอตานิมะนังภันเต สะจากะภัตตานิ สะปะริวารานิ อะสุภัฏฐานน ฐะปิตานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชะยามะ สาธุโน ภันเตอภิกขุสังโฆ เอตานิ สะลากะภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
คำแปล
ข้าแต่พระภิกษุสงฆ์ผู้เจริญ ภัตตาหารกับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านั้น ซึ่งตั้งไว้ ณ ที่โน้น ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับซึ่งภัตตาหารพร้อมทั้งของที่เป็นบริวารเหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งหลายเพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย สิ้นกาลนานเทอญ.

พิธีกรรม
เมื่อถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ญาติโยมจะเตรียมอาหาร คาวหวาน และหมากพลู บุหรี่ พอเข้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ญาติโยมจะพากันทำบุญใส่บาตร พอถึงเวลาประมาณ 9 - 10 โมงเช้า พระสงฆ์จะตีกลองโฮม(รวม) ญาติโยมจะนำอาหารที่เตรียมถวายพระสงฆ์และห่อข้าวน้อยซึ่งมีอาหารคาวหวาน อย่างละเล็กอย่างละน้อยแต่ละห่อประกอบด้วย
1. ข้าวเหนียว เนื้อปลา เนื้อไก่ หมู และใส่ลงไปอย่างละเล็กอย่างละน้อยถือเป็นอาหารคาว
2. กล้วย น้อยหน่า ฝรั่ง แตงโม สับปะรด ฟักทอง (แล้วแต่จะเลือกใส่)เป็นอาหารหวาน
หลังจากนำอาหารที่เตรียมห่อเป็นคู่ๆ นำมาผูกกันเป็นพวงแล้วแต่จะใส่กี่ห่อก็ได้ส่วนใหญ่จะใช้ 10 คู่ เมื่อนำไปเลี้ยง "ผีตาแฮก" ที่นาของตนเองด้วย โดยมีความเชื่อว่าจะทำให้ผีตาแฮกพอใจ และช่วยดูแลข้าวกล้าในนาให้งอกงามสมบูรณ์ ตลอดจนช่วยขับไล่ศัตรูข้าวได้แก่ นก หนู ปูนา ไม่ให้มาทำลายต้นข้าวในนาอีกส่วนหนึ่ง เมื่อนำอาหารมาถึงศาลาวัดที่จะทำบุญแล้ว เขียนชื่อของตนลงในกระดาษ ม้วนลงใส่ในบาตร เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ผู้ที่จะเป็นหัวหน้ากล่าวนำคำถวายสลากภัต ญาติโยมว่าตามจบแล้วนำไปให้พระเณร จับสลากที่อยู่ในบาตร พระเณรจับได้สลากของใคร ผู้เป็นเจ้าของพาข้าว(สำรับกับข้าว)และเครื่องปัจจัยไทยทานก็นำไปประเคนให้พระรูปนั้นๆ จากนั้นพระเณรจะฉันเพล ให้พรญาติโยมจะพากันรับพรแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว


วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ๑๓ ทักษะ

1.ทักษะการกำหนดและควบคุมตัวแปร
การกำหนดตัวแปร เป็นการชี้บ่งตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรที่ต้องการควบคุม
ในสมมติฐานหนึ่ง ๆ การควบคุมตัวแปร เป็นการควบคุมสิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้น ถ้าหากไม่ควบคุม ให้เหมือนๆ กัน ก็จะทำให้ผลการทดลองคลาดเคลื่อน
ตัวแปรต้น คือ สิ่งที่เราต้องจัดให้แตกต่างกัน ซึ่งเป็นต้นเหตุ ทำให้เกิดผล ซึ่งเราคาดหวังว่าจะแตกต่างกัน ตัวแปรตาม คือ สิ่งที่เราต้องติดตามดู ซึ่งเป็นผลจากการจัดสถานการณ์บางอย่าง ให้แตกต่างกัน
ตัวแปรควบคุม คือ สิ่งที่เราต้องควบคุมจัดให้เหมือนกันเพื่อให้แน่ใจว่า ผลการทดลอง เกิดจากตัวแปรต้นเท่านั้น
2.ทักษะการคำนวณ คือ การนับจำนวนของวัตถุและการนำตัวเลขแสดงจำนวนที่นับได้ มาคิดคำนวณโดยการบวก ลบ คูณ หาร หรือหาค่าเฉลี่ย
3.ทักษะการจัดทำและสื่อความหมายข้อมูล เป็นการนำผลการสังเกต การวัด การทดลองจากแหล่งต่าง ๆ โดยการหาความถี่ เรียงลำดับ จัดแยกประเภท หรือคำนวณหาค่าใหม่ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมาย ของข้อมูลดียิ่งขึ้น โดยอาจเสนอในรูปแบบของตาราง แผนภูมิ แผนภาพ วงจร กราฟ สมการ และการเขียนบรรยาย
4.ทักษะการจำแนกประเภท คือ การแบ่งพวก หรือเรียงลำดับวัตถุ หรือสิ่งที่อยู่ในปรากฏการณ์ โดยใช้เกณฑ์ ความเหมือน ความแตกต่าง หรือความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
5.ทักษะการตั้งสมมติฐาน คือ การคิดหาคำตอบล่วงหน้า ก่อนจะทำการทดสองโดยอาศัยการสังเกต ความรู้ ประสบการณ์เดิม เป็นพื้นฐานคำตอบที่คิดล่วงหน้าซึ่งยังไม่ทราบ หรือยังไม่เป็นหลักการ กฎ หรือ ทฤษฎีมาก่อน สมมติฐาน หรือคำตอบที่คิดไว้ล่วงหน้า มักกล่าวไว้เป็นข้อความ ที่บอก ความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรต้น กับตัวแปรตาม สมมติฐานที่ตั้งไว้ อาจถูก หรือผิดก็ได้ ซึ่งจะทราบภายหลัง การทดลอง หาคำตอบเพื่อสนับสนุน หรือคัดค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้
6.ทักษะการตีความหมายข้อมูล และลงข้อสรุป การตีความหมายข้อมูล คือ การแปรความหมาย หรือ การบรรยาย ลักษณะและสมบัติของข้อมูลที่มีอยู่ การลงข้อสรุป คือ การสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้งหมด
7.ทักษะการทดลอง มี 3 ประเภท คือ การทดลองแบบแบ่งกลุ่ม เปรียบเทียบ ไม่มีกลุ่ม เปรียบเทียบและลองผิดลองถูก การทดลองเป็นกระบวนการปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบ หรือการทดสอบ สมมติฐานที่ตั้งไว้ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ การออกแบบการทดลอง การปฏิบัติการทดลองและการบันทึกผลการทดลอง
8.ทักษะการกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ คือ การกำหนดความหมายและขอบเขตของสิ่งต่าง ๆ (ที่อยู่ในสมมติฐานที่ต้องทดลอง) ให้เข้าใจตรงกัน และสามารถสังเกตหรือวัดไว้
9.ทักษะการพยากรณ์ คือ การสรุปคำตอบล่วงหน้า ก่อนการทดลองโดยอาศัยประสบการณ์ ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ หลักการ กฎ หรือทฤษฎีที่มีอยู่แล้วในเรื่องนั้น มาช่วยในการสรุป การพยากรณ์มีสองทาง คือ การพยากรณ์ภายในขอบเขตของข้อมูลที่มีอยู่และ การพยากรณ์นอกขอบเขตข้อมูลที่มีอยู่
10.ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล คือ การเพิ่มความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่ได้จากากรสังเกตอย่างมีเหตุผล โดยอาศัยความรู้หรือประสบการณ์เดิมมาช่วย
11.ทักษะการวัด คือ การเลือกและการใช้เครื่องมือทำการวัดหาปริมาณของสิ่งต่าง ๆ ออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้อย่างเหมาะสม และถูกต้อง โดยมีหน่วยกำกับเสมอ
12.ทักษะการสังเกต คือ ความสามารถในการใช้ประสาทสัมผัส อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง เพื่อหาข้อมูล หรือรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ โดยไม่เพิ่มความคิดเห็น ส่วนตัวลงไป
13.ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างมิติกับมิติ และมิติกับเวลา วัตถุต่าง ๆ ในโลกนี้ จะทรงตัวอยู่ได้ ล้วนแต่ครองที่ที่ว่าง การครอง ที่ของวัตถุในที่ว่างนั้น โดยทั่วไปแล้วจะมี 2 มิติ ได้แก่ มิติยาว มิติกว้าง และมิติสูงหรือหนา

ร่วมงาน Lab School Symposium 2011

ร่วมงาน Lab School  Symposium  2011 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร วันที่ ๑๖-๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

นอนหลับท่าไหนดี??

นอนหลับท่าไหนดีที่สุด การนอนมีความสัมพันธ์กับกระดูกสันหลัง เพราะหากนอนผิดท่า เช่น นอนงอตัวหรือนอนบิดตัว ติดต่อกันหลายๆ ปี อาจทำให้กระดูกสันหลังเลื่อนออกนอกแนวระนาบ ผิดรูป หรือคดงอได้ ท่านอน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นอนหลับสนิท ตื่นนอนอย่างสดชื่นและไม่ปวดเมื่อย
- นอนหงาย ควรใช้หมอนหนุนหัวแบบต่ำเพื่อให้ต้นคออยู่แนวเดียวกับลำตัว ป้องกันการปวดคอจากนอนคอพับหรือนอนเงยคอมากเกินไป แต่ท่านี้ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคปอดและโรคหัวใจ เพราะกล้ามเนื้อกระบังลมจะกดทับปอดทำให้หายใจไม่สะดวก หัวใจทำงานลำบากขึ้น การนอนหงาย ยังอาจทำให้ผู้มีอาการปวดหลังมีอาการรุนแรงขึ้นด้วย

- นอนตะแคง การนอนตะแคงขวาช่วยให้หัวใจทำงานสะดวก และอาหารที่ค้างในกระเพาะจะถูกบีบลงลำไส้เล็กได้ดี ช่วยลดอาการปวดหลังได้ทางหนึ่ง แต่การนอนตะแคงซ้ายอาจทำให้เสียดลิ้นปี่ เพราะอาหารย่อยไม่หมดและค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร หญิงตั้งครรภ์ควรนอนตะแคงเพื่อไม่ให้มดลูกไปกดทับกระดูกสันหลังและเส้นเลือด แดงใหญ่กลางลำตัว

- นอนคว่ำหน้า อาจทำให้หายใจติดขัดและปวดต้นคอ เพราะคอแอ่นมาทางด้านหลังหรือบิดไปด้านใดด้านหนึ่งเป็นเวลานานๆ ถ้าต้องนอนคว่ำหน้าควรใช้หมอนรองใต้หน้าอกเพื่อไม่ให้ปวดเมื่อยต้นคอ

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

โครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์เหรียญทองระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีการศึกษา2552
ชื่อโครงงาน               ปลุกให้ตื่น
ชื่อผู้ทำโครงงาน                 
                                                1.  เด็กชายนัฐวุฒิ  ทองอันตัง            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1
                                                2.  เด็กชายศรเทพ  คำทะเนตร          ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1
                                                3.  เด็กหญิงกนกภรณ์  หนูภักดิ์        ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1
ชื่อครูที่ปรึกษาโครงงาน
                                                นางสาวธันยพร     แก้วดี
                                                นางวินิจตา   จันทร์โพธิ์
ชื่อครูที่ปรึกษาพิเศษ
                                                นางพรสวรรค์   พรหมโสภา
ชื่อสถานศึกษา
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 62 (บ้านนาหัวบ่อบัวหนองเม็ก) ตำบลนาหัวบ่อ  อำเภอพรรณานิคม               จังหวัดสกลนคร  47220   Tel. 042-746193
บทคัดย่อ

            โครงงานวิทยาศาสตร์  เรื่อง  ปลุกให้ตื่น  มีจุดมุ่งหมายในการทำโครงงานดังนี้  เพื่อนำใบสาบเสือ
ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยการสกัดสารจากใบสาบเสือแล้วนำมากระตุ้นการงอกของเมล็ดข้าว
เพื่อเปรียบเทียบอัตราการงอกของเมล็ดข้าว เมื่อใช้สารสกัดจากใบสาบเสือกับไม่ใช้สารสกัดจากใบสาบเสือ
และ เพื่อฝึกทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์  จากงานวิจัยของศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา  เรื่อง
การกระตุ้นการงอกของข้าวเปลือกด้วยสมุนไพรสกัด 10 วิธีการ และจากเนื้อหาเกี่ยวกับใบสาบเสือ
ในวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี  ผู้ทำโครงงานจึงนำใบสาบเสือมาสกัดด้วยไอน้ำ  จากนั้นทำการศึกษาทดลอง
เพาะเมล็ดข้าวพันธุ์ กข 6  เป็น  2  ชุด คือ ชุด  ก และ  ชุด ข  ชุดละ  2,500  เมล็ด  ชุด    เพาะในทิชชูที่มีน้ำธรรมดา  ชุด    เพาะในทิชชูที่มีน้ำผสมสารสกัดจากใบสาบเสือ  ทดลองเป็นเวลา  7  วัน  พบว่า  เมล็ดข้าว
ในชุด    เมล็ดงอก  1,685  เมล็ด  คิดเป็นร้อยละ  67.40  ส่วนเมล็ดข้าวในชุด ข เมล็ดงอก  2,011  เมล็ด 
คิดเป็น ร้อยละ  80.44   แสดงว่า  เมล็ดข้าวในชุด ก  ที่เพาะในทิชชูที่มีน้ำธรรมดามีอัตราการงอกของเมล็ดน้อยกว่าเมล็ดข้าวในชุด ข  ที่เพาะในทิชชูที่มีน้ำผสมสารสกัดของใบสาบเสือ  แสดงว่า  สารสกัดจาก
ใบสาบเสือสามารถกระตุ้นการงอกของเมล็ดข้าวได้  ซึ่งจากผลการทดลองสามารถนำไปประยุกต์ใช้
ในท้องถิ่นโดยแนะนำให้กับเกษตรกรในชุมชนนำไปใช้ในการเกษตรต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แด่คุณแม่...

แด่คุณแม่ที่เคารพรักที่สุดในโลก..
ลิงค์เพื่อแม่
พระคุณแม่ยิ่งใหญ่หาใดเทียบ
มิอาจเปรียบแม้ภูผาชลาสินธุ์
น้ำนมที่กลั่นให้ลูกได้ดื่มกิน
ลูกถวิลถึงคุณค่าว่าอนันต์
แม่เหน็ดเหนื่อยเริ่มแต่แม่ตั้งท้อง
เฝ้าประคองทั้งดวงใจไม่เหหัน
ทำทุกอย่างเพื่อลูกยาสารพัน
แม้คืนวันผันผ่านนานนับปี
ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ได้เรียนรู้
แม่เฝ้าดูอยู่ข้างกายไม่หน่ายหนี
อยากเห็นลูกสุขสบายในชีวี
เป็นคนดีที่สังคมนั้นชมเชย
เหงื่อท่วมกายไม่เคยท้อแม้อ่อนล้า
หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินแม่เมินเฉย
ลูกซาบซึ้งในบุญคุณมิลืมเลย
ขอชดเชยแทนทดจนหมดใจ

สัตว์มีกระดูกสันหลัง


tweety  เป็นสัตว์ปีก
 สัตว์มีกระดูกสันหลัง
 ปลา เป็นสัตว์พวกหายใจด้วยเหงือก มีครีบใช้เคลื่อนไหวและทรงตัว มีเกล็ดปกคลุมตัว มีเส้นข้างตัว เป็นส่วนรับความรู้สึกสั่นสะเทือน แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 1. ปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน
2. ปลากระดูกแข็ง เช่น ปลาดุก ปลานิล ปลาตะเพียน ฯลฯ

โครงกระดูกปลาไม่มีกระดูกแขนขา แต่มีโครงกระดูกเป็นครีบต่างๆ
 ปลาแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ดังนี้
     - ชนิดไม่มีเกล็ด เช่นปลาดุก ปลากดเหลือง
     - ชนิดมีเกล็ดตามลำตัว เช่น ปลาตะเพียน ปลาช่อน ปลาหมอ ปลานิล
     - ชนิดสามารถหากินบนดินเลน ดินชื้นแฉะตามป่าชายเลน เช่น ปลาตีน
     - ชนิดเป็นปลาสวยงาม นิยมนำมาเลี้ยงดูไว้เป็นงานอดิเรก เช่น ปลาทอง ปลาการ์ตูน
     - ชนิดอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม เช่น ปลากระเบน ปลาฉลาม
     - ชนิดอาศัยในน้ำจืด เช่น ปลากราย ปลากระดี่
     - ชนิดอาศัยอยู่ในน้ำกร่อย เช่น ปลากระพง ปลากระบอก

สัตว์เลื้อยคลาน เป็นสัตว์ที่ส่วนมากดำรงชีวิตอยู่บนพื้นดิน วางไข่บนบก ไข่มีไข่แดงมากเพื่อเป็นอาหารของตัวอ่อน ผิวหนังลำตัวแห้ง มีเกล็ด หายใจด้วยปอดตลอดชีวิตและเป็นสัตว์เลือดเย็น พวกที่อาศัยอยู่บนบก เช่น กิ้งก่า จิ้งเหลน จิ้งจก แย้ สัตว์พวกที่อยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก เช่น เต่า จระเข้ งูบางชนิด
สัตว์ปีก เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีขนเป็นแผงปกคลุมตัว ขาหน้าเปลี่ยนเป็นปีก ปากเป็นจะงอย ที่ปอดมีถุงลมช่วยหายใจและระบายความร้อน ไม่มีกระเพาะปัสสาวะ ออกลูกเป็นไข่ สัตว์ปีกที่สามารถบินได้ คือ นกชนิดต่างๆ เช่น นกเขา นกพิราบ นกอินทรี รวมทั้งเป็ดและไก่ ส่วนสัตว์ปีกที่บินไม่ได้ ได้แก่ นกกีวี นกกระจอกเทศ และนกเพนกวิน เป็นต้น
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
 สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นสัตว์เลือดอุ่น ตัวเมียมีต่อมน้ำนมเลี้ยงลูก หายใจด้วยปอด มีแขนและขาไม่เกิน 2 คู่ มีต่อมเหงื่อใต้ผิวหนัง มีขนเป็นเส้นปกคลุมตัว ออกลูกเป็นตัว ได้แก่ คน ช้าง ม้า วัว หมี ลิง ปลาวาฬ ปลาโลมา ค้างคาว สำหรับตัวตุ่นปากเป็ดเท่านั้นที่ออกลูกเป็นไข่ แต่เมื่อเติบโตแล้วแม่ใช้น้ำนมเลี้ยงเช่นกัน


สัตว์สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เป็นสัตว์พวกวางไข่ในน้ำ ตัวอ่อนหายใจด้วยเหงือกและผิวหนัง เมื่อโตเต็มวัยหายใจด้วยปอดและผิวหนัง เพราะอยู่บนบก ผิวหนังเปียกชื้น ไม่มีเกล็ด เป็นสัตว์เลือดเย็น ได้แก่ กบ คางคก เขียด ปาด อึ่งอ่าง ซาลามานเดอร์ งูดิน
ปล.  ชมVDO เจ้าของบล็อกไปทัศนศึกษา..จ้า